หน้าแรก สมาชิก รายการวัตถุมงคล ตะกร้าวัตถุมงคล วิธีชำระวัตถุมงคล วิธีบูชาวัตถุมงคล ประวัติวัด ติดต่อวัด เว็บบอร์ด
สมาชิก Log in
อีเมล์
รหัสผ่าน
สมัครสมาชิกใหม่
ลืมรหัสผ่าน






ค้นหาวัตถุมงคล
 
 
 
หมวดวัตถุมงคล
  พระบูชา
  พระเหรียญ
  พระผง
  เครื่องราง
วัตถุมงคลของคุณ
รหัสวัตถุมงคล ราคา จำนวน
ยังไม่มีวัตถุมงคลอยู่ในตะกร้า
  • ชำระค่าวัตถุมงคล
  • แก้ไขรายการวัตถุมงคล
  • วิธีสั่งบูชาวัตถุมงคล
  •  

    ข่าวสาร:บุญประเพณีตำขนมจีน๑เดียววัดพะเนียงแตก

    ข่าวสาร:บุญประเพณีตำขนมจีน๑เดียววัดพะเนียงแตก

    บุญประเพณีตำขนมจีน๑ เดียวที่วัดพะเนียงแตก อ.เมือง จ.นครปฐม : ท่องไปในแดนธรรม โดยเรื่อง ไตรเทพ ไกรงู ภาพประเสริฐ เทพศรี

                 วัดพะเนียงแตก ต.มาบแค อ.เมือง จ.นครปฐม สร้างขึ้นราวประมาณ พ.ศ.๒๓๓๔ เดิมชื่อ “วัดปทุมคงคา” ชื่อนี้เข้าใจว่า หลวงพ่อทา เป็นผู้ตั้งชื่อ เพราะอุโบสถหลังเก่าหลวงพ่อทาเป็นผู้สร้าง

                 ที่มาของชื่อ "วัดพะเนียงแตก" นั้น เหตุมาจากหลวงพ่อทาชอบเล่นพลุไฟพะเนียง วันหนึ่งในงานเทศกาลประจำปีของวัด ท่านเอามือไปปิดปากพลุไม่ให้พลุออกมาทางปาก จึงระเบิดออกทางด้านข้าง แต่ท่านไม่ได้รับบาดเจ็บใดๆ เลย ที่ทำเช่นนี้ท่านต้องการให้พวกนักเลงหัวไม้เกรงขาม จะได้ปกครองและอบรมให้เป็นคนดีได้ ซึ่งก็เป็นดังนั้น ในงานเทศกาลประจำปีของวัด ไม่เคยต้องอาศัยตำรวจเลย เพราะไม่มีเหตุการณ์ร้ายเกิดขึ้นสักครั้งเดียว จนชาวบ้านให้ฉายาว่า "หลวงพ่อพะเนียงแตก" และเรียกชื่อวัดว่า "วัดพะเนียงแตก"

                 ประวัติหลวงพ่อทา วัดพะเนียงแตก เดิมท่านเป็นชาวโพธาราม จ.ราชบุรี เกิดเมื่อ พ.ศ.๒๓๗๙ ในสมัยรัชกาลที่ ๓ อุปสมบท ณ วัดบ้านฆ้อง ท่านได้ตั้งใจศึกษาทั้งพระธรรมวินัย และฝึกปฏิบัติพระกรรมฐาน จนสามารถเรียนรู้คาถาอาคมต่างๆ มากมาย จากนั้นจึงออกเดินธุดงค์ไปตามที่ต่างๆ เป็นเวลานานปี จนมาถึงบริเวณที่เป็นวัดพะเนียงแตก ในทุกวันนี้ ที่เรียกชื่อวัดนี้ก็เพราะ หลวงพ่อทา ท่านได้เอานิ้วอุดกระบอกไฟพะเนียง ที่ชาวบ้านจุดกัน ปรากฏว่า กระบอกไฟพะเนียงระเบิดแตกออก แต่มือท่านไม่เป็นอะไรเลย ชาวบ้านจึงเรียกวัดนี้ว่า วัดหลวงพ่อพะเนียงแตก และหดสั้นเหลือ วัดพะเนียงแตก

                 หลวงพ่อทา วัดพะเนียงแตก คือศูนย์รวมจิตใจให้สาธุชนหลั่งไหลมาร่วมงานบุญอย่างคับคั่งทุกๆ ปี แม้ปัจจุบันหลวงพ่อทาจะมรณภาพไปแล้วนับร้อยปี แต่ก็ยังคงบุญญาบารมีรวมจิตให้สาธุชนแห่กันมาร่วมงานเสมอมิได้ขาด หลวงพ่อทานั้น ท่านได้สมญาว่า ”หลวงพ่อเสือ” เพราะดุ นักเลงทั้งหลายได้ยินชื่อมักกลัวหัวหด ด้วยว่าท่านจะเดินตรวจการณ์ในวัดเอง เจอนักเลงตีกันท่านจะใช้ไม้พลองที่ถืออยู่เป็นประจำ หวดซ้าย หวดขวา ตีดะทุกพวกไม่เลือกข้างใด นักเลงพากันกระเจิง โดยเฉพาะนักเลงเหล้าที่ชอบเมาเกะกะระรานอาละวาด หากหลวงพ่อทามาพบเข้าเป็นโดนถอนพิษเหล้าด้วยไม้พลอง ตีไม่ตีเปล่ายังจับนักเลงเหล้าล่ามโซ่เอาไว้กลางศาลา หายเมาก็สั่งสอนอบรมแล้ว จึงปล่อยตัวไป เป็นที่เข็ดขยาดกับบรรดานักเลงทั้งหลาย หลวงพ่อทา มรณภาพเมื่อปี ๒๔๖๓ สิริรวมอายุ ๘๔ ปี

                 ในปี ๒๕๕๖ นี้ งานประจำปีปิดทองรูปหล่อหลวงพ่อทา จัดขึ้นระหว่างวันที่ ๑๕-๑๙ มีนาคม ที่ขาดไม่ได้คือ การร่วมใจของชาวบ้านในการ “ตำ” ขนมจีน เพื่อเลี้ยงญาติโยมที่หลั่งไหลไปร่วมทำบุญ นับว่าเป็นประเพณีอย่างหนึ่งทุกๆ ปี โดยชาวบ้านในละแวก ต.มาบแค และตำบลใกล้เคียงร่วมกันลงแรง ช่วยกันตำขนมจีนวัตถุดิบก็ได้จากการบริจาคทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็น ข้าวสาร เพื่อทำแป้งขนมจีน หรือ พริกแกง มะพร้าว ปลา เพื่อประกอบเป็น “น้ำยา” รับประทานกับขนมจีน ฟรีตลอดการจัดงาน

                 ทั้งนี้ พระครูพิศาลสาธุวัฒน์ เจ้าอาวาสรูปปัจจุบัน บอกว่า ดั้งเดิมทีเดียวขนมจีนเป็นอาหารมอญ แล้วจึงแพร่หลายไปสู่ชนชาติอื่นๆ ในสุวรรณภูมิตั้งแต่โบราณกาล จนเป็นอาหารที่ทำง่ายและมีความนิยมสูง สามารถหารับประทานได้ทั่วไป ขนมจีนไม่ใช่อาหารจีน แต่คำว่า "จีน" สันนิษฐานกันว่า น่าจะมาจากมอญ ซึ่งเรียกขนมจีนว่า "ฮะ-นอม-จิน" โดยมี ๒ คำรวมกัน คือ "ฮะ-นอม" หมายความว่า "จับกันเป็นกลุ่มเป็นก้อน" และ "จิน" แปลว่า "ทำให้สุก"

                 นอกเหนือจากการไปร่วมงานทำบุญปิดทองประจำปีรูปหล่อหลวงพ่อทาแล้ว ความพิเศษคือ วันที่ ๑๖ และ ๑๗  มีนาคม ๒๕๕๖ ตรงวันเสาร์-อาทิตย์ พระครูพิศาลสาธุวัฒน์ เจ้าอาวาสรูปปัจจุบัน ได้จัดพิธีสวดภาณยักษ์ใหญ่ในเวลาบ่ายโมงตรง เข้าร่วมพิธีเพื่อขับไล่สิ่งชั่วร้ายและร่วมฟังเทศน์มหาชาติ ๑๓ กัณฑ์ ๑,๐๐๐ พระคาถา ในวันที่ ๑๙  มีนาคม ๒๕๕๖ เวลาบ่ายโมงเช่นกัน ซึ่งเป็นการเทศน์แบบจบในวันเดียว หรือต้องการทำบุญทอดผ้าป่าในงานก็ได้ทุกวัน ผู้ที่ทำบุญทอดผ้าป่า ๑ กอง ๒๙๙ บาท จะได้รับที่ระลึกรูปหล่อลอยองค์หลวงพ่อทาเลี่ยมทองไมครอน ๑ องค์ต่อ ๑ กอง

                 วัดพะเนียงแตก ใช้เวลาไม่ถึง ๑ ชั่วโมง ก็เดินทางถึงวัดไปโดยรถประจำทาง ลงที่ตลาดต่อรถเมล์ขาว ถ้าขับรถเองก็ไม่ยาก วิ่งจากกรุงเทพฯ เข้านครปฐม แล้วจับเส้นทางไปดอนตูม เดี๋ยวก็ผ่านหน้าวัดแล้ว สะดวกมาก ใครไม่เคยไปก็ลองดู ไม่ผิดหวัง ใครเคยไปแล้วก็อย่าลืมอย่าพลาดไปทำบุญ อิ่มบุญ แล้วอิ่มท้องกับขนมจีนเส้นเหนียว ความประทับใจไม่ลืมของที่นี่...วัดพะเนียงแตก !! สอบถามเส้นทางไปวัดได้ที่ โทร.๐๘-๑๗๐๔-๔๐๖๖ และ ๐๘-๐๙๕๖-๔๗๓๓

    เจ้าอาวาสนักพัฒนา

                 ปัจจุบันวัดพะเนียงแตก มีพระครูพิศาลสาธุวัฒน์ เป็นเจ้าอาวาส ว่ากันว่า พระครูพิศาลสาธุวัฒน์ หรือพระอาจารย์ทองคำ รูปนี้ เป็นเหลนสืบสายมาจากหลวงพ่อทา ท่านพัฒนาวัดมาโดยตลอดด้วยจิตใจที่แข็งแกร่งและเด็ดเดี่ยวมั่นคง ไม่แพ้หลวงพ่อทา กิจการน้อยใหญ่ท่านสามารถฟันฝ่ามาโดยตลอด ยึดคติทำงานเพื่อส่วนรวมไม่เห็นแก่หน้าผู้ใด ศาสนสถานในวัดได้รับการพัฒนาปรับปรุงให้สวยงาม พระสงฆ์เณรน้อยก็อยู่ในระเบียบ ช่วยกันทำงานดูแลกิจการของวัด ไม่เช้าเอนเพลนอนให้เสียศรัทธาที่สาธุชนตักบาตรมา จนกระทั่งท่านได้รับความไว้วางใจรับแต่งตั้งเป็นรองเจ้าคณะอำเภอเมืองนครปฐม และได้รับเสมาธรรมจักรในฐานะผู้ทำคุณประโยชน์แก่พระศาสนาจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี อีกด้วย

                 พระครูพิศาลสาธุวัฒน์ นามเดิม ทองคำ แตงจั่น เกิด 28 ตุลาคม 2505 วันอังคาร ณ ต.ทุ่งน้อย จ.นครปฐม มารดาชื่อ นางอุดม แตงจั่น บิดาชื่อ นายทองสุข แตงจั่น อาชีพทำสวน อุปสมบทที่วัดสุขวราราม อ.ดอนตูม จ.นครปฐม เมื่อ 28 มิถุนายน 2529 มีพระพิพัฒน์วิริยาภาณ์ (หลวงพ่อผูก) วัดพระปฐมเจดีย์ เป็นเจ้าอาวาส พระอาจารย์ประชุม อภิชาโน วัดพระปฐมเจดีย์ พระอาจารย์ประเสริฐ วิปุโล วัดพระปฐมเจดีย์ เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และพระอนุสาวนาจารย์ ตามลำดับ

                 หลังอุปสมบทได้ย้ายมาจำพรรษาที่วัดพะเนียงแตก สมัยพระครูวิบูลย์พัฒนกิจ เป็นเจ้าอาวาส ท่านพระครูวิบูลย์พัฒนกิจสุขภาพไม่ค่อยแข็งแรงและสูงวัย จึงทอดภาระทั้งมวลมายังพระอาจารย์ทองคำ ซึ่งท่านก็สนองได้เป็นอย่างดี เมื่อพระครูวิบูลย์พัฒนกิจมรณภาพ พระอาจารย์ทองคำจึงได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสสืบแทนเมื่อ ๑ กรกฎาคม ๒๕๓๖ และได้พัฒนาวัดให้เจริญมาโดยลำดับ จนกระทั่งได้รับพระราชทานเสาเสมาธรรมจักรจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และได้รับแต่งตั้งเป็นรองเจ้าคณะอำเภอเมืองนครปฐมอีกด้วย


    • Update : 16/3/2556
    © Copyright 2011 www.watbangwaek.com All rights reserved