หน้าแรก สมาชิก รายการวัตถุมงคล ตะกร้าวัตถุมงคล วิธีชำระวัตถุมงคล วิธีบูชาวัตถุมงคล ประวัติวัด ติดต่อวัด เว็บบอร์ด
สมาชิก Log in
อีเมล์
รหัสผ่าน
สมัครสมาชิกใหม่
ลืมรหัสผ่าน






ค้นหาวัตถุมงคล
 
 
 
หมวดวัตถุมงคล
  พระบูชา
  พระเหรียญ
  พระผง
  เครื่องราง
วัตถุมงคลของคุณ
รหัสวัตถุมงคล ราคา จำนวน
ยังไม่มีวัตถุมงคลอยู่ในตะกร้า
  • ชำระค่าวัตถุมงคล
  • แก้ไขรายการวัตถุมงคล
  • วิธีสั่งบูชาวัตถุมงคล
  •  

    คนที่ (เขาว่า) ฉลาดที่สุดในจักรวาล

    คนที่ (เขาว่า) ฉลาดที่สุดในจักรวาล

    idis เป็นชาวรัสเซีย เกิดวันที่ 1 เมษายน ค.ศ.1898 วันที่โลกได้สัมผัสกับ บุคคลที่ถือว่า "ฉลาดที่สุดในจักรวาล"จนพวกสมาคมทางด้าน IQ ให้ฉายาว่า "Universal Genius" คือ อาจจะต้องให้โลกแตกเสียก่อนถึงจะเจอคน IQ สูงอย่างนี้อีกซักคน ...

    โดย IQ ของเขาสูงประมาณ 260-300 เลยทีเดียว


    พ่อแม่ของ Sidis อพยพมาจากรัสเซียสู่อเมริกา ซึ่งลือกันว่า คนตระกูลนี้สามารถคิดทำความเข้าใจสิ่งต่าง ๆ ได้เร็วกว่านักวิชาการเก่ง ๆ ถึง 10 เท่า

    ความอัจฉริยะของ Sidis เริ่มฉายแววตั้งแต่เด็ก ...

    - เมื่ออายุ 1 ขวบ สะกดคำทุกคำได้ถูกต้อง

    - เมื่ออายุ 1 ขวบครึ่ง สามารถอ่านหนังสือพิมพ์ New York Times ได้

    - เมื่ออายุ 2 ขวบ สามารถเรียนรู้ภาษาลาตินได้ด้วยตัวเอง

    - เมื่ออายุ 3 ขวบ สามารถพิมพ์ดีดแล้วส่งจดหมายสั่งของเล่นมาให้ตัวเอง

    - เมื่ออายุ 4 ขวบ สามารถอ่านนิยายภาษาลาตินเรื่อง Caesar's Gallic Wars

    - เมื่ออายุ 6 ขวบ เรียนวิชาตรรกศาสตร์ของอริสโตเติล และเริ่มเรียนรู้ภาษารัสเซีย ฝรั่งเศส เยอรมัน ฮิบรู ตุรกี อาร์เมเนียน 

    ช่วงเดียวกันนี้ เขาเริ่มเรียน Gray's Anatomy พวกกายวิภาค โดยเข้า Grammar School และจบ ในเวลาเพียง 7 เดือน

    - เมื่ออายุ 7 ขวบ สอบผ่าน Harvard Medical School Anatomy Exam

    - เมื่ออายุ 8 ขวบ สอบ Entrance Exam ของ MIT ผ่าน และสามารถจดจำทุกอย่างที่อ่านได้

    ในตอนนี้เขาสามารถเขียนหนังสือเกี่ยวกับ Anatomy และ Astronomy ออกมาทั้งหมด 4 เล่มและสามารถพูดภาษาได้ 10 ภาษา อย่างคล่องแคล่ว!! โดยหนึ่งในนั้นเป็นภาษาที่เขาสร้างขึ้นมาเอง มีชื่อเรียกว่า Vendergood ซึ่งดัดแปลงมาจากภาษาละติน

    ในด้านภาษาการเรียนรู้ของ Sidis ถึงจุดสุดยอด ที่ว่านับจนถึงวันนี้ ยังไม่มีใครในโลกสามารถทำได้อย่างตลอดกาล คือ การเรียนรู้ภาษา ภายใน 1 วัน (อย่างคล่องแคล่วซะด้วย) และในภายหลัง เขาสามารถ พูด สนทนา เขียน อ่าน ได้อย่างคล่องแคล่ว มากถึง 200 ภาษา

    - เมื่ออายุ 10 ขวบ เห็นและแย้งข้อผิดพลาดของ Harvard Logic Professor Josiah Royce's book manuscript โดยบอกว่า "Wrong Paragraphs" และเขาศึกษาทฤษฎีของไอน์สไตน์ด้วยความพยายามจะหาข้อผิดพลาดให้เจอ

    - เมื่ออายุ 11 ขวบ เป็นผู้ที่เข้าศึกษาที่ Harvard อายุน้อยที่สุด

    - เมื่ออายุ 16 ปี เขาจบจาก Harvard หลังจากนั้นในปีต่อมา ก็เข้ามาศึกษาต่อ Harvard Law School

    แต่ตอนเรียนที่ Harvard เขากลับไม่เป็นอย่างที่ทุก ๆ คนคาดหวังเอาไว้เนื่องจากผลการเรียนของ Sidis อยู่ในระดับปกติ ทั้งที่ควรจะดีเลิศ

    เขาก่อปัญหา และถูกจับในฐานะผู้สมรู้ร่วมคิดการก่อจราจล

    ชีวิตเขาในภายหลังแทบเรียกว่า ล้มเหลว เพราะงานก็ไม่เอา เรียนก็ไม่เรียน ทั้ง ๆ ที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นบุคคลที่มี IQ สูงและฉลาดที่สุดในจักรวาล

    หากจะลองถามคนทั่วไปว่า ใครกันหนอฉลาดที่สุดในโลก / IQ มากที่สุดในโลก คนส่วนใหญ่คงตอบว่า ไอนสไตน์ เป็นแน่แท้

    โดยที่ไม่มีใครรู้ว่า Sidis ความจริงแล้วเป็นบุคคลที่ฉลาดที่สุดที่โลกเราเคยมีมาและยังเป็นชายที่มี IQ สูงราว ๆ 300

    การที่ ไอนสไตน์ (IQ ประมาณ 228) ดังได้และเป็นที่จดจำเพราะผลงานความฉลาดของเขาส่งเสียงดังกัมปนาท เหมือนระเบิดที่ ฮิโรชิม่าและนางาซากิ ทั้งที่ความจริงแล้วไอนสไตน์ ไม่เคยสร้างระเบิดสักลูก แต่แทบทุกคนก็จดจำเขาในฐานะ เจ้าของทฤษฏีอันเป็นต้นตอของระเบิดที่ร้ายแรงที่สุดในโลก ...

    สรุปได้ว่า ความฉลาดก็เรื่องหนึ่ง การทิ้งร่องรอยความฉลาดไว้อย่างน่าจดจำก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง

    สำหรับ Sidis แล้วเขาใช้เวลาในชีวิตให้หมดไปกับการเรียนรู้สารพัดศาสตร์ที่น่าสนใจ เขาสนใจกระทั่งศาสตร์ลึกลับต่าง ๆ ตลอดจนการพิสูจน์จิตวิญญาณในมิติอื่น

    ส่วน ไอน์สไตน์ นั้น เขาอุทิศ 30 ปีสุดท้ายของชีวิตให้กับทฤษฎี Umified Field Theory ด้วยเกรงว่าถ้าไม่ใช่เขา ก็จะไม่มีใครค้นหาความจริงในทฤษฎีนี้พบ

    Sidis จากไปด้วยวัย 46 ปี (17 กรกฎาคม ค.ศ.1944) ขณะที่กำลังเขียนหนังสือเรื่อง The Psychology of the Folk Tale โดยเขามีผลงานตีพิมพ์หนังสือ 17 เล่ม และบทความในนิตยสาร 50 เรื่อง

    หลายคนพยายามหาคำตอบว่า ทำไม Sidis ไม่ประสบความสำเร็จในชีวิตเลย กลับกลายเป็นล้มเหลวด้วยซ้ำ ทั้งที่เป็นคนที่มี IQ สูงที่สุดในจักรวาลก็ว่าได้

    สาเหตุต่าง ๆ ได้ถูกหยิบยกขึ้นมาถกเถียงแต่ก็ไม่มีการฟันธงแน่นอนลงไป  บ้างว่า เพราะพ่อที่ใช้จิตวิทยาที่ผิด ๆ ในการสอนลูก  บ้างบอกว่า ตอนเด็กไม่ค่อยได้เล่น  บ้างก็ว่า ตัวเขาเองนั่นแหละที่เป็นปัญหา โดยเฉพาะการปรับตัวให้เข้ากับสังคมรอบข้าง ฯลฯ


    • Update : 6/11/2555
    © Copyright 2011 www.watbangwaek.com All rights reserved