หน้าแรก สมาชิก รายการวัตถุมงคล ตะกร้าวัตถุมงคล วิธีชำระวัตถุมงคล วิธีบูชาวัตถุมงคล ประวัติวัด ติดต่อวัด เว็บบอร์ด
สมาชิก Log in
อีเมล์
รหัสผ่าน
สมัครสมาชิกใหม่
ลืมรหัสผ่าน






ค้นหาวัตถุมงคล
 
 
 
หมวดวัตถุมงคล
  พระบูชา
  พระเหรียญ
  พระผง
  เครื่องราง
วัตถุมงคลของคุณ
รหัสวัตถุมงคล ราคา จำนวน
ยังไม่มีวัตถุมงคลอยู่ในตะกร้า
  • ชำระค่าวัตถุมงคล
  • แก้ไขรายการวัตถุมงคล
  • วิธีสั่งบูชาวัตถุมงคล
  •  

    พิพิธภัณฑ์รอยพระบาท รัชกาลที่ 9

    พิพิธภัณฑ์รอยพระบาท รัชกาลที่ 9

               พิพิธภัณฑ์รอยพระบาท รัชกาลที่ 9 จ.เชียงราย มีประวัติความเป็นมาบันทึกไว้ว่า เริ่มจากสถาน การณ์ก่อการร้ายใน จ.เชียงราย ในปี พ.ศ.2497 พรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย (พคท.) ได้ส่งผู้ปฏิบัติงานจำนวนหนึ่งเดินทางเข้าสู่ภาคเหนือของประเทศไทย เพื่อแสวงหาแนวร่วมพื้นฐาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งชาวเขาที่อาศัยอยู่ตามแนวชายแดนเชียงราย และจ.น่าน รวมทั้งพื้นที่ชายแดนด้านจ.พะเยา ในปัจจุบันบางส่วน ภายหลังจากสามารถปลุกระดมชาวเขาได้บางพื้นที่จนสำเร็จในปี พ.ศ.2507 โดยคัดเลือกส่งไปอบรมวิชาการเมืองการทหารรุ่นแรกที่เมืองฮัวมินห์ สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม เพื่อกลับมาเตรียมงานในพื้นที่ไว้รอรับสมาชิกพคท. ซึ่งได้เดินทางเข้าสู่พื้นที่เชียงราย ในปี 2509 เป็นการปฏิบัติหน้าที่ในการชี้นำด้านการเมืองและการทหาร

               เมื่อขยายเขตงานได้อย่างกว้างขวางและต่อเนื่อง พคท.จึงเปิดฉากการต่อสู้ด้วยอาวุธกับเจ้าหน้าที่ในภาคเหนือขึ้นเป็นครั้งแรกที่บ้านน้ำปาน ต.นาไร่หลวง อ.ทุ่งช้าง จ.น่าน เมื่อ 26 ก.พ. 2510 ถือเป็นวัน "เสียงปืนแตก" ของพคท.ในเขตภาคเหนือ จากนั้นได้ขยายการต่อสู้เรื่อยมา โดยในวันที่ 9 พ.ค. ปีเดียวกัน ได้ต่อสู้กับเจ้าหน้าที่ฝ่ายรัฐบาลที่บ้านห้วยชมภู ต.ยางฮอม อ.เทิง จ.เชียงราย (เป็นครั้งแรกในเขตพื้นที่ดอยยาว-ดอยผาหม่น)

              จวบจนถึงพ.ศ.2521 พคท.สามารถจัดตั้งฐานที่มั่นในภาคเหนือได้ถึง 9 แห่ง ที่สำคัญแห่งหนึ่งคือฐานที่มั่นดอยยาว-ดอยผาหม่น พคท.ได้จัดตั้งคณะทำงานในรูปคณะกรรมการจังหวัดเชียงราย แบ่งพื้นที่ปฏิบัติการออกเป็น 4 เขตงาน คือ เขตงาน 52, เขตงาน 9, เขตงาน 7 และเขตงาน 8 สำหรับพื้นที่ดอยยาว-ดอยผาหม่นเป็นพื้นที่ควบคุมของเขตงาน 8 ในเขต อ.เทิง และ อ.เชียงของ จ.เชียงราย รวมพื้นที่ อ.เวียงแก่น และ อ.ขุนตาล ในปัจจุบัน ด้วยกองกำลังติดอาวุธของพคท. ขณะนั้นมีประมาณ 600 คน มีมวลชนซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวเขาเผ่าม้งอีกประมาณ 2,300 คน

              ความเคลื่อนไหวที่สำคัญคือขัดขวางการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ในการสร้างทาง และการพัฒนาพื้นที่เพื่อความมั่นคง การสู้รบ ณ สมรภูมินี้เกิดขึ้นหลายยุทธการ เช่น ยุทธการอิทธิชัย (วีรกรรมดอยม่อนเคอ) ยุทธการขุนห้วยโป่ง และยุทธการเกรียงไกร (วีรกรรมที่เนิน 1188 พญาพิภักดิ์) โดยใช้กำลังทหารในพื้นที่ จ.เชียงราย เข้าปฏิบัติการกวาดล้างและปราบปรามผกค. ตามคำสั่ง ทภ.3/กอ.รมน. ภาค 3 ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2511-2525 จึงสามารถกำชัยชนะอย่างเด็ดขาดเหนือพคท.

              ทั้งนี้ ในปี พ.ศ.2524 พันร.473 ซึ่งมี พ.ท.วิโรจน์ ทองมิตร เป็น ผบ.พัน (ตำแหน่ง ผบ.ร.17 พัน 3) เข้าปฏิบัติการในพื้นที่ดอยยาว-ดอยผาหม่น ตามแผนการต่อสู้เพื่อเอาชนะคอมมิวนิสต์ จนเกิดยุทธการยึดเนิน 1188 บนยอดดอยพญาพิภักดิ์ได้ ยังผลให้พคท.ล่มสลายในที่สุด

              วันที่ 27 ก.พ.2525 ด้วยพระบารมีปกเกล้าฯ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชมหาราช องค์จอมทัพไทย และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จฯ พร้อมด้วยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ ทรงเยี่ยมทหารหาญและราษฎร ณ ฐานปฏิบัติการดอยพญาพิภักดิ์ บนสันดอยยาว อ.เทิง จ.เชียงราย (ปัจจุบันเป็นเขต อ.ขุนตาล)

            และในวโรกาสอันเป็นมิ่งมหามงคลนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานประทับรอยพระบาทของพระองค์ลงบนแผ่นปูนปลาสเตอร์ที่ได้จัดเตรียมไว้ เพื่อเป็นสิริมงคลและเป็นมิ่งขวัญแก่ทหารหาญ


    • Update : 28/10/2555
    © Copyright 2011 www.watbangwaek.com All rights reserved