หน้าแรก สมาชิก รายการวัตถุมงคล ตะกร้าวัตถุมงคล วิธีชำระวัตถุมงคล วิธีบูชาวัตถุมงคล ประวัติวัด ติดต่อวัด เว็บบอร์ด
สมาชิก Log in
อีเมล์
รหัสผ่าน
สมัครสมาชิกใหม่
ลืมรหัสผ่าน






ค้นหาวัตถุมงคล
 
 
 
หมวดวัตถุมงคล
  พระบูชา
  พระเหรียญ
  พระผง
  เครื่องราง
วัตถุมงคลของคุณ
รหัสวัตถุมงคล ราคา จำนวน
CD010 1,000.00  1
CD011 .00  1
CD007 300.00  1
  • ชำระค่าวัตถุมงคล
  • แก้ไขรายการวัตถุมงคล
  • วิธีสั่งบูชาวัตถุมงคล
  •  

    กุญแจสวรรค์(จบ)สวรรค์คือนิพพาน

    กุญแจสวรรค์(จบ)สวรรค์คือนิพพาน : คันฉ่องและโคมฉาย โดย ว.วชิรเมธี

                   เทวดาตนหนึ่งไปเฝ้าพระพุทธเจ้าแล้วก็บอกว่าคนมีวัวสุขเพราะวัว คนมีทรัพย์สุขเพราะทรัพย์ คนมีลูกสุขเพราะลูก พระพุทธเจ้าได้ยินแล้วได้ตรัสกับเทวดาว่า ตัวของตัวยังไม่มีจะเอาวัว เอาลูกเอาทรัพย์มาจากไหน เทวดาได้ยินแล้วอึ้งเลย
     
                   นี่เป็นสัจธรรมที่ลึกที่สุดที่เราต้องรู้เพราะเราไปยึดติดที่ว่าทำบุญก็หวังแค่สวรรค์ พุทธศาสนาสอนลึกกว่า สวรรค์นั้นคือนิพพาน

                    นิพพานไม่ใช่ตาย แต่ในความหมายที่แท้จริงหมายถึงดับกิเลส ไม่ใช่ชีวิตดับแต่กิเลสดับ คือเราเจริญสติ เจริญวิปัสสนากรรมฐานแล้วกิเลสดับหมด เราก็เหลือแต่ความสว่างไสวของสติปัญญา มีชีวิตที่ไม่มีความทุกข์ นั่นคือภาวะนิพพาน ฉะนั้นพระพุทธศาสนาไม่ได้สอนว่าทำดีแล้วไปสวรรค์ ทำชั่วแล้วไปนรก เราเหนือสวรรค์ นรกขึ้นไปคือนิพพานตั้งเป็นเป้าหมายสูงสุดไว้เป็นธงชัยแห่งชีวิต ชีวิตหนึ่งชีวิตนี้ฉันต้องไปถึงพระนิพพาน ลดความยึดติดถือมั่นลง
                   เมื่อเราไม่ยึดติดถือมั่นในรูปร่างสังขารของเรา ในบุญ ในบาปที่เราทำในชื่อเสียงของเรา เราอยู่ในโลกที่ไม่เหลือความยึดติดถือมั่นอะไรเลย เห็นโลกตามความเป็นจริง มองไปทางไหนเห็นแต่ความว่างเปล่า ใครมาด่าก็ความว่าง ใครมาชมก็ความว่าง ชีวิตที่ไม่ขึ้นสูง ไม่ลงต่ำ ไม่ปรุงแต่ง ไม่บวก ไม่ลบ ไม่ซ้ายไม่ขวา ไม่หน้าไม่หลัง ไม่สะเทือนกับโลกธรรมใดๆ ทั้งสิ้นหลุดพ้นอย่างสิ้นเชิงนั่นก็คือนิพพาน
                   ดังนั้นการวางกุญแจของท่านพุทธทาสคือ การปล่อยวางขั้นสูงสุด ไม่เอาอะไร มุ่งไปนิพพาน ดังนั้นกุญแจนั้นจึงเป็นสัญลักษณ์ของการไขไปสู่ประตู นรกหรือสวรรค์ก็ได้ แต่ขณะเดียวกันก็คือกุญแจไขไปสู่การนิพพานก็ได้
                   บัดนี้กุญแจอยู่ที่ใจของเรา ในที่สุดแล้วก็ต้องทิ้งทั้งบุญทั้งบาป แต่ในขณะที่ยังไม่ทิ้ง เป็นของสมมุติเราก็ใช้สมมุติไป ใช้สมมุติเพื่อต่อไปหาวิมุตติ เหมือนเราใช้แปรงสีฟันแปรงเสร็จแล้วก็วาง ไม่ใช่แปรงเสร็จแล้วก็คาบแปรงสีฟันไปด้วย
                   หลวงพ่อชาท่านใช้คำว่า ยึดไว้แต่อย่าให้มั่น ข้าวของทั้งหมด ชื่อเสียงเรียงนามทั้งหมด ลูกแก้วเมียขวัญ ทรัพย์สินทั้งหมด รูปธรรมนามธรรมทั้งหมดเรายึดไว้ใช้ทำคุณงามความดี ใช้บำเพ็ญปฏิบัติธรรม ใช้เจริญวิปัสสนากรรมฐาน แต่อย่าให้มั่น ก็หมายความว่า เรายึดไว้ให้ใช้เพื่อเป็นอุปกรณ์ในการปฏิบัติธรรม เมื่อเราถึงฝั่งคือนิพพานเราก็ต้องวางมันทั้งหมด สูงสุดก็คือปล่อยวาง
                   ฉะนั้นวันนี้เราทุกคนเป็นปุถุชนที่ยังคงถือกุญแจอยู่ในมือทั้งนั้น วันไหนว่างๆ หัดวางกุญแจก่อนเข้านอนทุกคืนเอากุญแจไว้ห่างๆ ตัว ฉะนั้นก็ต้องรู้จักใช้ร่างกายนี้ จิตใจนี้ในทางโลกก็ใช้หาอยู่หากิน ในทางธรรมก็ใช้ปฏิบัติธรรมแต่ถึงที่สุดพยายามปล่อยให้ได้ วางให้ได้ก่อนที่จะดับจิตพูดง่ายๆ คือก่อนตายจากโลกนี้ให้กิเลสตายก่อน
    สรุปคือ
    ๑.กุญแจไขสู่นรกสวรรค์อยู่ที่ตัวเรา
    ๒.นรกสวรรค์อยู่ในใจของเรา
    ๓.เราควรเรียนรู้ที่จะวางกุญแจ เราควรเรียนรู้ที่จะใช้กุญแจ หัดปล่อย หัดวาง พุทธศาสนาไม่ได้สอนแค่ว่าทำดีไปสวรรค์ ทำชั่วไปนรก เราสอนเหนือนรกเหนือสวรรค์เหนือบุญเหนือบาป นั่นก็คือต้องไปให้ถึงนิพพาน


    • Update : 31/1/2555
    © Copyright 2011 www.watbangwaek.com All rights reserved