หน้าแรก สมาชิก รายการวัตถุมงคล ตะกร้าวัตถุมงคล วิธีชำระวัตถุมงคล วิธีบูชาวัตถุมงคล ประวัติวัด ติดต่อวัด เว็บบอร์ด
สมาชิก Log in
อีเมล์
รหัสผ่าน
สมัครสมาชิกใหม่
ลืมรหัสผ่าน






ค้นหาวัตถุมงคล
 
 
 
หมวดวัตถุมงคล
  พระบูชา
  พระเหรียญ
  พระผง
  เครื่องราง
วัตถุมงคลของคุณ
รหัสวัตถุมงคล ราคา จำนวน
ยังไม่มีวัตถุมงคลอยู่ในตะกร้า
  • ชำระค่าวัตถุมงคล
  • แก้ไขรายการวัตถุมงคล
  • วิธีสั่งบูชาวัตถุมงคล
  •  

    หลักธรรม : รู้ทางแห่งความสุข

    รู้ทางแห่งความสุข

         ความสุข เป็นสิ่งที่ทุกคนปรารถนา และพากันแสวงหา ด้วยวิธีการต่างๆ ตามแต่ระดับของสติและปัญญา ที่จะอำนวยให้ได้

    บางคนไม่ได้พบกับความสุข สมหวัง เพราะเดินผิดทาง มีความปรารถนา แต่มีความประพฤติที่ไม่ตรงกัน คือ ตั้งความปรารถนาไว้ทางหนึ่ง แต่กลับประพฤติไปเสียอีกทางหนึ่ง เช่น อยากร่ำรวย แทนที่จะขยันหมั่นเพียรทำการงาน กลับตั้งหน้าตั้งตาเล่นการพนัน

    อยากแสวงหาความบันเทิง แทนที่จะหาโดยวิธีที่ไม่มีโทษ กลับไปเสพสุราเมรัย โดยหลงไปว่า สิ่งเหล่านั้นเป็นสุข กว่าจะรู้ตัวก็เกิดโรคร้ายแรงเสียแล้ว ชีวิตทั้งชีวิตก็มาดับสลายลง กับสิ่งที่ไร้สาระ อย่างน่าเวทนายิ่งนัก

    การที่คนเราจะรู้ว่า อะไรจะเป็น "ต้นเหตุ" ของความทุกข์ และอะไรจะเป็น "ต้นเหตุ" ของความสุข ก็คือ "ปัญญา" พระพุทธองค์ได้ตรัสว่า มีปัญญา พาให้บรรลุความสุข

    ในบรรดาคำสอนอันมากมาย ที่จะเป็นบันไดไปสู่ความสุขนั้น พระบรมศาสดาทรงแสดงไว้มีมาก หากอนุวัติให้เหมาะกับกาลสมัย จึงจะขอแสดงเฉพาะธรรมะที่เป็นพื้นฐานของความดี ที่มีชื่อเรียกว่า กุศลมูล แปลว่า รากเหง้าของความดีอันจัดเป็นธรรมชั้นวิเศษ

    ธรรมอันเป็นส่วนวิเศษ 3 อย่างได้แก่ ความไม่โลภ ความไม่ประทุษร้าย ความไม่หลงงมงาย ธรรมทั้ง 3 อย่างนี้ ท่านเรียกว่าเป็นรากเหง้าของความดี ก็เพราะเป็นต้นเหตุให้เกิดความดีทั้งปวง เหมือนกับรากของต้นไม้ เป็นมูลเหตุให้เกิดลำต้น กิ่งก้าน ใบ ดอก และผลฉะนั้น

    เนื่องจากพระธรรมมีอานุภาพอันประเสริฐเช่นนี้ แม้จะล่วงกาลผ่านเวลามาจนถึง 2,555 ปี ก็ไม่ได้คร่ำคร่า ล้าสมัยไปเหมือนกับสิ่งอื่น ยังทรงคุณภาพยอดเยี่ยมอยู่ตลอดเวลา ปฏิบัติเวลาไหนก็ย่อมได้รับผลดีเวลานั้น ปฏิบัติน้อยก็ได้รับผลน้อย ปฏิบัติมากก็ได้รับผลมาก ปฏิบัติเป็นประจำก็ได้รับผลสม่ำเสมอ

    พระธรรมจึงได้นามว่า อกาลิโก คือ ให้ผลได้ตลอดกาลซึ่งไม่เหมือนผลไม้ที่ผลิตผลเพียงเฉพาะฤดูกาลเท่านั้น

    หากใครได้นำมาปฏิบัติแล้วย่อมสามารถทำผู้นั้นให้ประเสริฐไปด้วย เช่นเดียวกับเพชรที่ล้ำค่า ซึ่งตามธรรมดาก็มีค่าสูงอยู่ในตัวแล้ว ถ้าใครโชคดีมีไว้ประดับ ย่อมบันดาลให้ผู้นั้นพลอยมีค่าตัวสูงขึ้นอีกมากทีเดียว

    หากเราใช้ปัญญาซึ่งเป็นเสมือนว่าดวงตา หรือแสงสว่างที่จะใช้ส่องนำทาง ให้ชีวิตเกิดความปลอดภัย และบรรลุถึงจุดหมายปลายทาง คือความดับทุกข์ตามลำดับขั้น ประพฤติปฏิบัติตามกุศลมูล 3 ประการ คือ ความไม่โลภ ความไม่ประทุษร้าย ความไม่หลงงมงาย จะสามารถถึงความสุขที่ปรารถนาของทุกชีวิตได้


    • Update : 22/1/2555
    © Copyright 2011 www.watbangwaek.com All rights reserved