หน้าแรก สมาชิก รายการวัตถุมงคล ตะกร้าวัตถุมงคล วิธีชำระวัตถุมงคล วิธีบูชาวัตถุมงคล ประวัติวัด ติดต่อวัด เว็บบอร์ด
สมาชิก Log in
อีเมล์
รหัสผ่าน
สมัครสมาชิกใหม่
ลืมรหัสผ่าน






ค้นหาวัตถุมงคล
 
 
 
หมวดวัตถุมงคล
  พระบูชา
  พระเหรียญ
  พระผง
  เครื่องราง
วัตถุมงคลของคุณ
รหัสวัตถุมงคล ราคา จำนวน
ยังไม่มีวัตถุมงคลอยู่ในตะกร้า
  • ชำระค่าวัตถุมงคล
  • แก้ไขรายการวัตถุมงคล
  • วิธีสั่งบูชาวัตถุมงคล
  •  

    ภูมิธรรมชาวพุทธ (23)

    พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ.ปยุตฺโต ป.ธ.๙)


    ค.ปฏิเวธภูมิ

    [3.14] สังโยชน์ 10 (กิเลสอันผูกใจสัตว์, ธรรมที่มัดสัตว์ไว้กับวัฏฏทุกข์ หรือผูกกรรมไว้กับผล - Samyojana: fetters; bondage)

    ก. โอรัมภาคิยสังโยชน์ 5 (สังโยชน์เบื้องต่ำ เป็นอย่างหยาบ เป็นไปในภพอันต่ำ - Orambhagiya~: lower fetters)

    1. สักกายทิฏฐิ (ความเห็นว่าเป็นตัวของตน เช่น เห็นรูป เห็นเวทนา เห็นวิญญาณ เป็นต้น - Sakkayadiddhi: personality-view; false view of individuality)

    2. วิจิกิจฉา (ความสงสัย, ความลังเล ไม่แน่ใจ - Vicikiccha: doubt; uncertainty)

    3. สีลัพพตปรามาส (ความถือมั่นศีลพรต โดยสักว่าทำตามๆ กันไป อย่างงมงายเห็นว่าจะบริสุทธิ์หลุดพ้นได้เพียงด้วยศีลและวัตร - Silabbata-paramasa: adherence to rules and rituals)

    4. กามราคะ (ความกำหนัดในกาม, ความติดใจในกามคุณ - Kamaraga: sensual lust)

    5. ปฏิฆะ (ความกระทบกระทั่งในใจ, ความหงุดหงิดขัดเคือง - Patigha: repulsion; irritation)

    ข. อุทธัมภาคิยสังโยชน์ 5 (สังโยชน์เบื้องสูง เป็นอย่างละเอียด เป็นไปแม้ในภพอันสูง - Uddhambhagiya~: higher fetters)

    6. รูปราคะ (ความติดใจในอารมณ์แห่งรูปฌาน หรือในรูปธรรมอันประณีต, ความปรารถนาในรูปภพ - Ruparaga: greed for fine-material existence; attachment to realms of form)

    7. อรูปราคะ (ความติดใจในอารมณ์แห่งอรูปฌาน หรือในอรูปธรรม, ความปรารถนาในอรูปภพ - Aruparaga: greed for immaterial existence; attachment to formless realms)

    8. มานะ (ความสำคัญตน คือ ถือตนว่าเป็นนั่นเป็นนี่ - Mana: conceit; pride)

    9. อุทธัจจะ (ความฟุ้งซ่าน - Uddhacca: restlessness; distraction)

    10. อวิชชา (ความไม่รู้จริง, ความหลง - Avijja: ignorance)

    ทั้งนี้ ในหลายพระสูตร เรียกต่างไปบ้าง (หมายความเท่ากัน) คือ

    ข้อ 4 กามราคะ มักเรียก กามฉันทะ (บางที่ว่า อภิชฌา)

    ข้อ 5 ปฏิฆะ มักเรียก พยาบาท

    พระอริยบุคคล 4 ละสังโยชน์ 10 นี้ได้ ตามลำดับ ดังนี้

    พระโสดาบัน ละสังโยชน์ 3 ข้อต้น (สักกายทิฏฐิ วิจิกิจฉา สีลัพพตปรามาส)

    พระสกทาคามี ละสังโยชน์ 3 ข้อต้น แล้วทำราคะ โทสะ โมหะ ให้เบาบางลงอีก

    พระอนาคามี ละสังโยชน์เบื้องต่ำได้ทั้ง 5

    พระอรหันต์ ละสังโยชน์ได้หมดทั้ง 10

    พึงสังเกตว่า กิเลสสำคัญชุดหนึ่ง ที่กล่าวถึงบ่อยมาก คือ [2.15] นิวรณ์ 5 ซึ่งเห็นได้ว่ารวมอยู่ใน สังโยชน์ 10 นี้

    ถ้าทำจิตให้ตั้งมั่นสงบถึงขั้นระงับ นิวรณ์ 5 ได้ (เป็นฝ่ายสมถะ) ก็จะมีสมาธิที่เป็น อัปปนา (แน่วสนิทขั้นได้ฌาน) แต่ นิวรณ์ 5 นั้นสงบเพียงชั่วคราว

    ถ้าเจริญปัญญารู้แจ้งสภาวะทำจิตให้สิ้น นิวรณ์ 5 (เป็นฝ่ายวิปัสสนา) ก็จะหมด นิวรณ์ 5 นั้นถาวรสิ้นเชิง เป็น พระอรหันต์

    ในกรณีหลังนี้ การละนิวรณ์ 5 ได้หมด คลุมมาเองถึงการละ สังโยชน์ 10 ได้หมดด้วย

    กิเลสชุดหนึ่งซึ่งมีรายชื่อจำนวนมาก ท่านแสดงไว้ในคัมภีร์อภิธรรม ในชื่อว่า อกุศลเจตสิก (สภาพจิตที่เป็นอกุศล) มี 14 อย่าง คือ

    1. โมหะ 2. อหิริกะ 3. อโนตตัปปะ 4. อุทธัจจะ

    4 อย่างนี้ เกิดทุกครั้งที่มี อกุศลจิต อีก 10 นอกนี้เกิดตามกรณี คือ

    5. โลภะ 6. ทิฏฐิ 7. มานะ 8. โทสะ 9. อิสสา 10. มัจฉริยะ 11. กุกกุจจะ 12. ถีนะ 13. มิทธะ 14. วิจิกิจฉา

    กิเลส 14 นี้ ละโดย พระอริยบุคคล 4 ตามลำดับ ดังนี้

    - ทิฏฐิ วิจิกิจฉา อิสสา มัจฉริยะ ละด้วยมรรคที่ทำให้เป็น พระโสดาบัน

    - โลภะระดับกามราคะ โทสะ/พยาบาท กุกกุจจะ ละด้วยมรรค ...พระอนาคามี

    - โลภะระดับ รูปราคะ+อรูปราคะ โมหะ อหิริกะ อโนตตัปปะ มานะ ถีนะ มิทธะ อุทธัจจะ ละด้วย มรรคพระอรหันต์

    (พระโสดาบัน ละ โลภะ/กามราคะ กับโทสะ/ปฏิฆะ/พยาบาท อย่างหยาบที่ทำให้ไปอบาย และ ละอคติ ทั้ง 4 ได้ด้วย)

    จะเห็นว่า กิเลส 10 หรือ กิเลสวัตถุ 10 (โลภะ โทสะ โมหะ มานะ ทิฏฐิ วิจิกิจฉา ถีนะ อุทธัจจะ อหิริกะ อโนตตัปปะ) ที่กล่าวถึงหลายแห่ง โดยเฉพาะในคัมภีร์ฝ่ายอภิธรรม ก็รวมอยู่ครบในรายชื่อกิเลสที่แสดงแล้วนี้

    หมายเหตุ : พึงทราบความหมายของบางคำ ซึ่งยังไม่ได้กล่าวที่อื่น

    อหิริกะ (ความไม่ละอายบาป - Ahirika: shamelessness; lack of moral shame)

    อโนตตัปปะ (ความไม่เกรงกลัวต่อบาป - Anottappa: fearlessness of wrong-doing; lack of moral dread)

    อิสสา (ความริษยา - Issa: envy; jealousy)

    มัจฉริยะ (ความตระหนี่ - Macchariya: stinginess; meanness) 

    [3.15] สุข 2 (ความสุข - Sukha: pleasure; happiness)

    1. สามิสสุข (สุขอิงอามิส, สุขอาศัยเหยื่อล่อ, สุขขึ้นต่อวัตถุคือสิ่งเสพหรือกามคุณ - Samisa-sukha: carnal or sensual happiness)

    2. นิรามิสสุข (สุขไม่อิงอามิส, สุขไม่ต้องอาศัยเหยื่อล่อ, สุขไม่ขึ้นต่อสิ่งเสพ, สุขโปร่งโล่งเพราะใจสงบหรือได้รู้แจ้งตามเป็นจริง, สุขที่เป็นอิสระ [อย่างสูงสุดคือนิพพาน] - Niramisa-sukha: happiness independent of material things or sensual desires; bliss of freedom)


    • Update : 22/12/2554
    © Copyright 2011 www.watbangwaek.com All rights reserved