หน้าแรก สมาชิก รายการวัตถุมงคล ตะกร้าวัตถุมงคล วิธีชำระวัตถุมงคล วิธีบูชาวัตถุมงคล ประวัติวัด ติดต่อวัด เว็บบอร์ด
สมาชิก Log in
อีเมล์
รหัสผ่าน
สมัครสมาชิกใหม่
ลืมรหัสผ่าน






ค้นหาวัตถุมงคล
 
 
 
หมวดวัตถุมงคล
  พระบูชา
  พระเหรียญ
  พระผง
  เครื่องราง
วัตถุมงคลของคุณ
รหัสวัตถุมงคล ราคา จำนวน
ยังไม่มีวัตถุมงคลอยู่ในตะกร้า
  • ชำระค่าวัตถุมงคล
  • แก้ไขรายการวัตถุมงคล
  • วิธีสั่งบูชาวัตถุมงคล
  •  

    คนไทยใช่กบเฒ่า? เถรวาทvs.ลัทธิอาจารย์ (10)

    คนไทยใช่กบเฒ่า? เถรวาทvs.ลัทธิอาจารย์(10)


             การที่พระไทยไม่เอากาลามสูตรมาสอนนั้น ก็มองได้ 2 อย่าง คือ หนึ่ง ไม่สอนเพราะไม่ซื่อ คือกลัวว่า ถ้าเอากาลามสูตรไปสอนชาวบ้าน เดี๋ยวเขาจะไม่ยอมเชื่อตัวพระที่สอนนั้นอีกต่อไป ตัวพระเองไม่ซื่อตรงตามหลัก ก็เลยเก็บไว้เฉยๆ ไม่ยอมสอน แล้วก็ สอง ไม่สอนเพราะไม่รู้ คือเพราะไม่รู้จักกาลามสูตร ไม่ได้ศึกษาพระไตรปิฎกจริงจัง ก็เลยไม่เคยพบเคยเห็นกาลามสูตร

    ถ้าว่าตามคุณสุจิตต์ วงษ์เทศ พูดคล้ายๆ กับว่าพระไทยนั้นไม่ซื่อ จึงไม่เอากาลามสูตรมาสอน ถูกไหม

    พระนวกะ : กลัวคนจะฉลาดเกิน

    พระพรหมคุณาภรณ์ : นั่นสิ ตัวเหตุมันคืออะไรแน่ ที่จริงนั้น เหตุอาจจะไม่ใช่แค่ 2 อย่างที่พูดไปแล้ว สองอย่างนั้นอาจจะเป็นเพียงข้อปลีกย่อยเท่านั้น

    การที่พระไทยไม่เอากาลามสูตรมาสอนนั้น บางทีจะมาจากเหตุผลอีกอย่างหนึ่ง ซึ่งอาจเป็นสาเหตุตัวจริง คือ ดังที่รู้กันดีอยู่แล้วว่า พระพุทธศาสนา โดยเฉพาะแบบเถรวาทนี้ ไม่มีการบังคับศรัทธา เพราะถือปัญญาเป็นใหญ่ ให้ศรัทธาเป็นเรื่องย่อย มันก็เลยเป็นวิถีชีวิต เป็นวัฒนธรรมที่ปล่อยกันตลอดมา ทำนองว่าคุณจะเอาอย่างไรก็แล้วแต่จะศรัทธาหรือไม่ คุณจะเชื่อหรือไม่เชื่อก็แล้วแต่ ฉันไม่ว่าอะไร สภาพอย่างนี้กลายเป็นเรื่องธรรมดา (เหมือนกับว่าคนไทยนี้ได้ถือกาลามสูตรกันอยู่แล้วกลายๆ หรือว่ากาลามสูตรได้ซึมซ่านเข้าไปอยู่ในวิถีชีวิตไทยเป็นปกติอยู่แล้ว)

    เมื่อเรื่องเป็นอย่างที่ว่ามานี้ พระไทยพบกาลามสูตร ถึงแม้ได้อ่าน ก็ผ่านๆ ไป ไม่สะดุด ไม่ตื่นใจ เพราะไม่เห็นแปลกอะไรนักหนา ก็เป็นเรื่องธรรมดาๆ อย่างนั้นกันอยู่แล้ว ก็เลยไม่ใส่ใจอะไรกับกาลามสูตร (ยิ่งมาในยุคที่อยู่กับนิทาน เอาแค่ตำนานและอานิสงส์ ก็เลยยิ่งไม่สนใจ หรือไม่อ่านไปถึง)

    ทีนี้หันไปดูฝรั่ง ก็น่าจะรู้กันดีอยู่แล้วว่าประวัติศาสตร์ของเขาเป็นอย่างไร ศาสนาของเขาเอาศรัทธาเป็นใหญ่ ถึงขั้นบังคับศรัทธา แล้วก็บังคับกันตั้งแต่ขั้นฆ่าฟันสังหารบุคคลจนถึงทำสงครามศาสนา อย่างน้อยก็ตั้งพันปีที่เขาอยู่ใต้การบังคับอย่างนั้น

    ฝรั่งเป็นมาอย่างนี้ พอมาเจอกาลามสูตรก็ตื่นตะลึงว่า อะไรกันนี่ ศาสนาอย่างนี้ก็มีด้วยหรือ บอกว่าไม่ต้องเชื่อ ไม่เคยเห็นที่ไหนเลย ศาสนามีแต่บอกว่าต้องเชื่ออย่างนั้นอย่างนี้ แต่นี่กลับห้ามว่าอย่าเพิ่งเชื่อนะ

    ยิ่งตอนนั้น ฝรั่งเพิ่งถอนตัวพ้นออกมาได้จากการบังคับของศาสนา เข้ามาอยู่ในยุคตื่นหรือนิยมวิทยาศาสตร์ (scientism) ก็ถึงขั้นอัศจรรย์บอกว่า โอ? พุทธศาสนานี่เป็นอย่างวิทยาศาสตร์

    ฝ่ายคนไทย พอฝรั่งซึ่งเคยถูกศรัทธาบังคับเพิ่งหลุดออกมาแสวงปัญญากันใหญ่ แล้วตื่นใจสนใจกาลามสูตร ก็เลยตื่นไปด้วย ทั้งที่ตัวเองนั้น เรื่องศรัทธาก็เรื่อยเฉื่อย จะเชื่อหรือไม่ก็ไม่ว่า ไม่มีใครกดดันบังคับกีดกั้น จนกลายเป็นคนขี้เกียจสงสัย ไปๆ มาๆ ปัญญาก็ไม่ใฝ่หา ศรัทธาก็ไม่เอาไหน ถึงจะตื่นกาลามสูตรไปกับฝรั่ง ก็แทบไม่ตื่นในการแสวงปัญญา


    • Update : 11/1/2555
    © Copyright 2011 www.watbangwaek.com All rights reserved